|
... ยังไม่ใช่ชัยชนะที่ถาวร ...
วันพุธที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2553 หนึ่งหน้าในประวัติศาสตร์ของกรุงรัตนโกสินทร์ ต้องถูกจารึกไว้ว่าวันนี้เป็นวันที่เกิดกาลียุคครั้งใหญ่หลวงขึ้นในประเทศไทย ซึ่งเป็นประเทศที่ชาวโลกต่างยกย่องให้เป็นดินแดนแห่งรอยยิ้ม ผืนแผ่นดินที่มีแต่ความโอบอ้อมอารี และเมืองแห่งศิลปวัฒนธรรมอันดีงามที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน...!
แต่มาถึงวันนี้กรุงเทพเมืองฟ้าอมรกลับต้องตกอยู่ในทะเลเพลิงจากน้ำมือของกลุ่มคนที่คิดร้ายต่อแผ่นดินเกิด ปลุกปั่นสร้างความร้าวฉานให้เกิดขึ้นในสังคมไทย เพียงเพื่อต้องการเอาชนะและระบายความแค้นให้ได้มาซึ่งอำนาจบารมีโดยขาดซึ่งจิตสำนึกของความชอบธรรม ไม่มียุคไหนเท่ากับยุคนี้ที่ทหารกล้าด่าและก้าวร้าวต่อผู้บังคับบัญชา เจ้าหน้าที่ตำรวจผู้รักษากฎหมายและความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองเพิกเฉยละเลยต่อการปฎิบัติหน้าที่ จนพลอยทำให้ตำรวจที่ดีต้องเสื่อมเสีย บุคคลบางกลุ่มบังอาจจาบจ้วงล่วงเกินสถาบันสูงสุดออกอากาศทางทีวี ซึ่งไม่เคยมียุคสมัยไหนที่ทำกันได้อย่างอิสระเสรีดังเช่นทุกวันนี้
ในอดีตที่ผ่านการเรียกร้องประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการ ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ วันมหาวิปโยค 14 ตุลาคม 2516 จนกระทั่งมาถึงเหตุการณ์ พฤษภาทมิฬ ปี 2535 ซึ่งเป็นการพร้อมใจกันรวมพลังของประชาชนทั้งประเทศเพื่อขับไล่อำนาจเผด็จการทหารอย่างแท้จริง แต่การเรียกร้องที่อ้างประชาธิปไตยในครั้งนี้ไม่ได้เป็นฉันทามติของประชาชนส่วนใหญ่ในประเทศ แต่เป็นแค่เสียงเรียกร้องของคนบางกลุ่มเพื่อบุคคลเพียงคนเดียว จึงทำให้มีความคิดเห็นที่แตกแยกขึ้นในสังคมไทยจนก้าวเลยไปสู่การก่อการร้ายและจลาจลเผาบ้านเผาเมืองกระจายไปในหลายจังหวัด
ถึงแม้ทางรัฐบาลจะสามารถพลิกเกมไปสู่เส้นทางแห่งชัยชนะ...แต่อย่าลืม...นี่ไม่ใช่ชัยชนะที่ถาวร...เกมนี้ยังไม่สิ้นสุด...ถ้ารัฐบาลไม่เด็ดขาดถอนรากถอนโคนและใช้กฎหมายอย่างจริงจังต่อผู้กระทำผิด อนาคตข้างหน้าเหตุการณ์อาจจะยิ่งเลวร้ายไปกว่านี้ และอาจจะไม่เหลือประเทศไทยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุขให้ลูกหลานได้ชื่นชม การบ้านที่สำคัญยิ่งอันดับแรกก็คือ รัฐบาลต้องเรียกความเชื่อถือและศรัทธาในตัวผู้นำประเทศกลับคืนมา รัฐบาลต้องเร่งเยียวยาช่วยเหลือประชาชนและผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการก่อการร้าย รัฐบาลต้องเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนต่างชาติ และที่สำคัญ...ต้องเร่งสังคายนาระบบงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้เป็นที่พึ่งของประชาชน เพื่อให้สมกับคำว่า ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ อย่างแท้จริง....!
ธีระพงค์ พุกกะจันทร
บรรณาธิการบริหาร
(บ.ก.สู้ชีวิต) |