นิตยสารชีวิตต้องสู้
เตรียมพบกับโปรเจคใหม่ของนิตยสารชีวิตต้องสู้ได้ที่นี่...เร็วๆ นี้

ชีวิตใสวัยทีน 

สมัคร ยกเลิก
คอลัมน์ : ชีวิตทำกิน 
โดย มนตรี  ตรีชารี
จากเด็กเสิร์ฟ ตำรวจและก่อสร้าง สู่ช่างซ่อมเก้าอี้-โซฟา
อาชีพสร้างรายได้ ของ ทองแดง วงคำจันทร์

        เรื่องราวชีวิตของคนทำกินฉบับนี้มิได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีเวลาสวยหรู หากแต่เขาเลือกที่จะสู้ในทางที่ผิดๆ หลายครั้งหลายคราจนชะตาชีวิตพลิกผัน จากเด็กหนุ่มบ้านป่า ชาวอีสาน ออกจากบ้านตามหาฝันที่เมืองกรุง ชะตากรรมก็พามาเป็นเด็กเสิร์ฟที่พอจะหางานแรกในชีวิตได้ ไปเรียนต่อก็ไม่จบ แต่ไปสอบเป็นตำรวจตระเวนชายแดนหรือ ตชด.ได้ แต่สุดท้ายต้องออกมาทำงานก่อสร้าง

        นั่นคือชีวิตบางตอนของเจ้าของร้าน รับซ่อมเก้าอี้ โซฟา เล็กๆ กางเต็นท์ขนาด 1 หลังไม่มีบ้านเลขที่ ย่านสนามบินน้ำ นนทบุรี ผู้มีนามว่า “ทองแดง วงษ์คำจันทร์” หรือหลายคนเรียกเขาว่า “ช่างแดง เฟอร์นิเจอร์” ผู้มีชีวิตพลิกผันมากกว่าละครน้ำเน่าหลายเท่านัก
        

“ผมเกิดที่บ้านไผ่ใหญ่ อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น เมื่อปี 2501 ผมเรียนจบ มศ.3 ก็หยุดเรียน พ่อแม่ยากจน อีกอย่างผมก็เกเรด้วย พออายุได้ 14 ปี จึงหนีเข้ากรุงเทพฯ มาหางานทำ งานแรกของผมคือเด็กเสิร์ฟร้าน เงินเดือน 300 บาท ต่อมาพวกพี่ๆ พอมีงานมีเงินเลยตามตัวผมกลับไปเรียนต่อ เพื่อจะได้มีอนาคตที่ดี ผมกลับไปเรียนวิทยาลัยเกษตรกรรมชัยภูมิ ตอนเข้าปี 1 ก็จะถูกรุ่นพี่ต้อนรับหนักมาก จนเพื่อนที่ไปด้วยกันลาออก เหลือผมคนเดียว พอขึ้นปี 2 รับน้องหนักไปหน่อย จึงถูกสั่งพักการเรียน 6 เดือน พอครบกำหนดก็ไม่กล้ากลับไปเรียนเลยหนีเข้ากรุงเทพฯ  ตัวคนเดียว หางานไม่ได้ ก็เลยไปขายไก่ย่าง แบบรถซาเล้งแถวซอยมหาดไทย ย่านรามคำแหง” ช่างแดง ย้อนอดีตชีวิตเมื่อวัยรุ่นให้ฟัง

ช่างแดงเล่าต่อว่า ตอนขายไก่ย่างอายุเริ่มมากขึ้นแล้ว ประมาณ 19 ปี จนใกล้เกณฑ์ทหาร พอดีมีประกาศรับสมัครสอบ ตชด. ใช้วุฒิ มศ.3 ไปลองสอบดูก็สอบติด ได้เป็นตำรวจ ตชด. ได้เงินเดือน 1,850 บาท เป็นตำรวจอยู่หลายปี สุดท้ายที่ จ.ตาก ได้ภรรยาคนแรกที่นั่น และมีลูกด้วยกัน 2 คน แต่ตนก็เกเรเหมือนเดิม หนีราชการไม่มาทำงาน ทะเลาะกับชาวบ้านและเพื่อนร่วมงานเป็นประจำ จนถูกสอบวินัยร้ายแรง ถูกสั่งพักราชการ จากนั้นก็ไม่กล้าเข้าบ้านภรรยา สุดท้ายก็เลยหนีเข้ากรุงเทพฯ อีกครั้ง ตอนอายุประมาณ 40 ปี

“ผมเกเรเองครับ จึงต้องถูกสอบวินัยและถูกสั่งพักราชการ ตอนนั้นชีวิตแย่มาก ไม่มีงานทำ พอดีเห็นเขากำลังก่อสร้างโรงงานอยู่แถวสมุทรสาคร รู้ภายหลังว่าเป็นโรงงานเฟอร์นิเจอร์ เพชรรุ่งเรือง เจ้าของเป็นคน จ.ชัยภูมิผมเข้าไปขอทำงานกับหัวหน้าคนงาน เป็นลูกมือเขา ได้ค่าจ้างวันละ 180 บาท จนเวลาผ่านไป 2 ปีกว่า เปลี่ยนผู้รับเหมาไปหลายราย เถ้าแก่มาตรวจงานทีไร ก็เห็นหน้าผมทุกทีจนโรงงานใกล้เสร็จ เถ้าแก่เลยเรียกไปคุยว่าเห็นอยู่ที่นี่นานแล้ว เลยให้ช่วยทำงานเพิ่ม ให้มาช่วยนอนเฝ้าของในโรงงานตอนกลางคืน จ่ายเงินพิเศษให้อีกเดือนละ 3,000 บาท กลางวันก็กลับไปทำงานก่อสร้างเหมือนเดิม”

พอโรงงานสร้างเสร็จเรียบร้อยเถ้าแก่ก็เรียกไปคุย ว่าไม่มีงานก่อสร้างแล้วก็ไม่ต้องไปไหน มาช่วยเป็นยามเฝ้าโรงงานดีกว่า ได้ค่าจ้างตามค่าแรงรายวันปกติ แต่มีค่าล่วงเวลาให้ด้วย เลยตัดสินใจเป็นยามอยู่กับเถ้าแก่ ชีวิตเริ่มไปในทางที่ดีเมื่องานผลิตเก้าอี้และโซฟา ของโรงงานนั้นมากขึ้น งานล้นทำไม่ทัน เถ้าแก่เห็นว่ามีเวลาว่างมาก จึงให้ไปช่วยช่างเก้าอี้ในยามว่าง

“ผมช่วยงานช่างเก้าอี้ไม่นานก็ทำเป็น เถ้าแก่เห็นว่าหัวไว เลยเรียกไปคุยว่า ถ้าสนใจงานด้านนี้ ลองไปทำตลาดเก้าอี้ดู มีคนขับให้ผมออกตระเวนขาย ให้เบี้ยเลี้ยงวันละ 200 บาท ได้กำไรมาจะตัดเปอร์เซ็นต์ให้ ผมก็ลองตระเวนขายไปทั่วกรุงเทพฯ เก้าอี้สภาพก็ยังดี ขายถูกๆ ตัวละ 200 บ้าง 300 บ้าง ขายดีมากเลยครับ แรกๆ ได้เงินเข้าโรงงานวันละหมื่นสองหมื่น เถ้าแก่แบ่งให้วันละประมาณ 3,000-5,000 บาท เถ้าแก่เห็นว่ารายได้ดีเลยบอกว่าไม่ต้องเอาเบี้ยเลี้ยงแล้วให้ไปขายเอาส่วนต่างเลยดีกว่า แต่ขอให้ช่วยค่าคนขับรถวันละ 250 บาท และค่ารถของโรงงานอีกวันละ 200 บาทก็พอ ผมตกลงและตระเวนขายไปทั่วกรุงเทพฯ ปริมณฑล ขายดีมาก บางวันเหลือหมื่นกว่าบาท มีเงินฝากธนาคาร วันละสามพันบ้าง ห้าพันบ้าง 

ชีวิตตอนนี้ผมคิดว่าดีมากครับ พอดีช่วงนั้นโรงงานมีออร์เดอร์เยอะรถไม่พอวิ่ง เลยขอเถ้าแก่ว่าจะเช่ารถรายวัน เช่ารถของคนในโรงงานวันละ 500 บาท ก็เลยคิดว่าน่าจะหาทำเลเป็นหลักแหล่งเพื่อลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง จึงมาเช่าที่ตรงย่านสนามบินน้ำ เยื้องๆ กับปั๊มแก๊ส เป็นที่เปล่าเขาให้เช่าเดือนละ 2,000 บาท เป็นที่ตั้งร้านจนถึงปัจจุบันนี้” ช่างแดงเล่าความเป็นมากว่าจะถึงวันนี้

ช่างแดงเล่าอีกว่าพอตั้งร้านก็ชวนเจ้าของรถออกมาร่วมงานด้วย ให้เขาเป็นรถและตนเป็นคนลงทุนซื้อของ แต่ปรากฏว่าช่วงนั้นขายไม่ดี เจ้าของรถก็เลยขอกลับไปทำงานที่โรงงานเหมือนเดิม รถก็ไม่มีเก้าอี้ก็ขายไม่ค่อยดี บางทีลูกค้าสั่งของ ให้ไปส่งใกล้ๆ ก็ไม่มีรถไป บางครั้งมียอดสั่งมากๆ ก็ไม่มีรถไปรับของจึงตัดสินใจดาวน์รถใหม่ 1 คัน

“มอเตอร์ไซค์ครับ แต่ก็ส่งของได้ทีละตัวสองตัวก็เลยไปให้เขาต่อพ่วงให้ ก็ไปซื้อของจากเถ้าแก่เดิม งานขายเก้าอี้ขายโซฟา ก็เดินไปได้เรื่อยๆ พอดีมีลูกค้าเอาเก้าอี้เก่ามาเปลี่ยน มาเทิร์น ผมก็ไปหาอุปกรณ์มาซ่อมให้ดี วางขายได้ราคาดีด้วย ก็เริ่มซ่อมของเก่าขายด้วย เริ่มซื้ออุปกรณ์การซ่อมมา เช่น ปั๊มลม ปืนยิงหมุด ส่วนชุดเย็บผ้าเย็บหนังก็ไปจ้างเขาก่อน ต่อมาเขาขึ้นราคาค่าเย็บ ก็เลยคิดว่าเก็บเงินซื้อจักรเองดีกว่า ก็เลยไปซื้อจักรมา 1 ตัว ทั้งๆ ที่เย็บยังไม่เป็น ได้จักรมาก็ไปหาจ้างคนมาเย็บหนังเย็บผ้าให้ก่อน จ้างวันละ 200-300 บาท ก็เลยคิดลองเย็บเอง เย็บไปเย็บมาก็พอเดินเข็มได้ ก็มาลองขึ้นรูปงานชิ้นเล็กๆ ก่อน พอดีมีงานโซฟาลูกค้ามาให้หุ้มใหม่ ก็เลยลองเย็บเอง ปรากฏว่างานออกมาพอใช้ได้ ใช้เวลา 2-3 เดือนก็เย็บเองและชื้อจักรเพิ่ม ให้ลูกน้องช่วยกันเย็บ ส่วนแฟนจะช่วยตัดผ้าตัดหนัง มีร้านขายเฟอร์นิเจอร์มาจ้างเราขึ้นรูปและทำงานส่งให้หลายร้านที่เป็นขาประจำ สั่งครั้งละ 15 ตัวบ้าง 20 ตัวบ้าง ทำส่งอย่างเดียวไม่ได้ขายหน้าร้าน ส่วนงานหน้าร้าน ก็จะมีเก้าอี้สำนักงานขายในราคาประหยัด มีทั้งงานเก่าและงานใหม่ เก้าอี้บาร์ โซฟานั่งเล่น และงานซ่อมแซม หุ้มเบาะ พร้อมทั้งอะไหล่ของเก้าอี้มีบริการครบครัน”

วันนี้ แม้ชีวิตของคุณทองแดง จะไม่ได้ร่ำรวยเหมือนใครเขา แต่เขาก็บอกว่ามีความสุขแล้ว มีรายได้ทุกวัน มีงานทำ มีงานให้ลูกน้องได้ทำ มีพออยู่พอกิน อย่างไม่ได้วันละ 4-5 ร้อยบาทได้แน่นอน ถ้ามีคนมาเปลี่ยนขาเก้าอี้ ก็อาจจะได้เกือบพันบาท บางเดือนก็ได้หลายหมื่นบาท ฉะนั้นงานซ่อมเฟอร์นิเจอร์เป็นอาชีพที่สามารถมีรายได้อย่างยั่งยืน และถ้าขยันอาจจะทำให้ท่านเป็นผู้มีอันจะกินอีกคนหนึ่งก็ได้ 

ละครชีวิตของ แดง เฟอร์นิเจอร์ น่าศึกษา เขาไม่แพ้ต่อโชคชะตา ทว่าสู้ไม่ถอย จนสามารถสร้างงานสร้างอาชีพให้กับตนเองและผู้อื่นได้เป็นอย่างดี แม้วันนี้เขาจะยังหลงใหลในรสชาติของสุรา แต่ว่าเขาก็หารายได้ด้วยสมองและสองมือของตนเอง กระนั้นเขายังเอื้อเฟื้อผู้อื่นด้วยจิตบริสุทธิ์อย่างสม่ำเสมอ

สนใจซ่อมเก้าอี้และโซฟา หรือว่าจะซื้อชุดใหม่ในราคาถูก ติดต่อ ช่างแดง เฟอร์นิเจอร์ ได้ทุกวัน ที่หน้าร้าน ย่านสนามบินน้ำ ตรงข้ามปั๊มแก๊ส หรือจะโทรไปสอบถามรายละเอียดก่อนได้ที่ โทร. 089-444-9242
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

 

 

นิตยสารชีวิตต้องสู้
สนับสนุน...คนสู้ชีวิต
ก้าวสู่ปีที่ 22
นิตยสารชีวิตต้องสู้
ฉบับที่ 674
ประจำเดือนสิงหาคม 2556
 
********************
 
 
 

 

 

 
Copyright © 2009-2012 All Right Reserved. นิตยสาร ชีวิตต้องสู้