นิตยสารชีวิตต้องสู้
เตรียมพบกับโปรเจคใหม่ของนิตยสารชีวิตต้องสู้ได้ที่นี่...เร็วๆ นี้

ชีวิตใสวัยทีน 

สมัคร ยกเลิก
 เรื่องจากปก เขียนโดย ออสติน มินิ
...ก้าวต่อไปของ...“ศรราม เทพพิทักษ์”…
… สองทศวรรษแห่งสายบันเทิง...
...รังสรรค์งานทีวี ตามรอยพ่อหลวง อุทิศเพื่อสังคม...
        เผลอแป๊บเดียวเวลาก็ผ่านพ้นไป 20 ปี แล้ว หลังจากที่แฟนละครบ้านเราได้รู้จักสุภาพบุรุษพระเอกหน้ามนนามว่า “หนุ่ม – ศรราม เทพพิทักษ์”โลดแล่นอยู่บนเส้นทางวงการบันเทิง ด้วยบทบาทการแสดงที่โดดเด่นมีผลงานคุณภาพออกมาสู่สายตาประชาชนมาโดยตลอด จนถึงทุกวันนี้พระเอก “หนุ่ม” ได้ขึ้นแท่นเป็นดาวค้างฟ้าเข้าไปอยู่ในสี่ห้องหัวใจของบรรดาแม่ยกและแฟนคลับคนไทยทั้งประเทศไปเสียแล้ว        

        ย้อนอดีตกลับการก้าวเข้ามาสู่วงการมายาไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ดั่งเช่นปัจจุบันนี้ที่มีเวทีการประกวดความสามารถของหนุ่มสาวมากมายนับไม่ถ้วน ยิ่งไปกว่านั้นดารานักแสดงที่ถูกให้รับบทบาทตัวแสดงนำหรือพระเอกของเรื่องตลอดระยะเวลากว่า 20 ปี นับว่าหาได้ยากยิ่ง แต่ก็ไม่ยากเกินความสามารถของลูกผู้ชายชื่อ “ศรราม” แม้กาลเวลาจะล่วงเลยไปสักเพียงใดเขาก็ยังคงได้รับการยอมรับและไว้วางใจให้รับบทบาทการแสดงพระเอกในละครทุกเรื่องจนทุกวันนี้ 
         ฉากหลังของพระเอกผู้นี้เต็มไปด้วยร่องรอยการต่อสู้ ฟันฝ่าอุปสรรคเพื่อพัฒนาตนเองอย่างไม่หยุดยั้ง “ชีวิตต้องสู้” ฉบับนี้จึงไม่รอช้าที่จะหยิบยกเรื่องราวชีวิตของ “พระเอกนักสู้ หนุ่ม-ศรราม เทพพิทักษ์” มาถ่ายทอดให้แฟนๆ และผู้อ่านทุกท่านได้ทราบโดยทั่วกัน ณ บัดนี้

เด็กผู้ชายธรรมดา...บ้าบอล!
         “ผมเป็นเด็กกรุงเทพฯ เกิดที่โรงพยาบาลหัวเฉียว เป็นบุตรชายของ “คุณพ่อชุมพรและคุณแม่มยุรี เทพพิทักษ์” ตั้งแต่เล็กผมถูกเลี้ยงดูมาอย่างครอบครัวปกติทั่วไป ส่วนตัวเป็นคนที่ไม่มีความฝันอะไรเลย ไม่เคยคิดว่าโตขึ้นจะต้องเรียนหมอ เรียนตำรวจหรือเป็นครู ที่จำความได้มีแต่พ่อและแม่เฝ้าสอนว่าจะเป็นอะไรก็เป็นไปแต่ขอให้เป็นคนดี แต่มีสิ่งหนึ่งที่ผมชื่นชอบและคลั่งไคล้มากเป็นพิเศษตามประสาเด็กผู้ชายอกสามศอก นั่นคือ “ฟุตบอล” นอกจากความรักความอบอุ่นที่ผมได้จากครอบครัวแล้ว ก็มีไอ้ลูกกลมๆ นี่แหละที่มาช่วยแต่งแต้มสีสันชีวิตในวัยเด็กของผมให้มีความสุขมากยิ่งขึ้น” 
         “หนุ่ม” เล่าถึงชีวิตวัยเด็กให้ฟังต่อว่าสนามบอลถือเป็นบ้านหลังที่สองที่ตัวเขาและกลุ่มเพื่อนมักไปสิงสถิตย์เมื่อว่างจากเวลาเรียนเป็นประจำตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม จะมีการแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยประจำปีหลายรายการ ทั้งของกรมพลศึกษาและถ้วยโค้กคัพ ซึ่งหนุ่มก็ไม่เคยพลาดที่จะส่งรายชื่อร่วมชิงชัยกับเพื่อน ชนะผ่านเข้ารอบบ้าง แพ้ตกรอบบ้าง ถึงกระนั้นก็มีความสุขที่ได้เตะฟุตบอล
 
เข้าสู่วงการบันเทิง...ด้วยตัวเอง
         “ตอนนั้นผมเรียนอยู่ชั้น ม.4 ผมมีนัดไปเตะฟุตบอลที่สนามศุภชลาศัย ในระหว่างรอเวลาผมก็ไปเดินเล่นที่สยามสแควร์ โดยส่วนตัวแล้วมันไม่ใช่ที่ของผมเลย เพราะผมมักใช้เวลาหมดไปกับการฝึกซ้อมฟุตบอลมากกว่า ผมได้พบกับโมเดลลิ่งท่านหนึ่งเขาได้ยื่นนามบัตรให้ผมและบอกว่ามาจากบริษัทสยามสตูดิโอ (ปัจจุบันคือ บริษัท โอเวชั่น สตูดิโอ จำกัด) ชักชวนผมให้ลองไปถ่ายโฆษณา ด้วยความที่เป็นวัยรุ่นจึงไม่ได้มีความคิดที่อยากถ่ายแบบหรือเล่นโฆษณาอยู่ในหัวสมองเลย เพราะเห็นตัวอย่างจากคุณพ่อที่ไม่ค่อยมีเวลาพักผ่อน
        กระทั่งผ่านมา 2 ปี เป็นช่วงที่ผมกำลังตัดสินใจเลือกไปพัฒนาฝีเท้าในเรื่องฟุตบอลที่ต่างประเทศหรือจะเรียนต่อที่เมืองไทย พอดีคุณแม่ได้ล้มป่วยหนัก เพราะหักโหมกับการทำกิจการห้องอาหารในตอนกลางคืน จนไม่มีเวลาพักผ่อน ผมสงสารแม่และคิดในใจว่าจะต้องตั้งใจเรียนพร้อมหางานทำเพื่อครอบครัวและเพื่ออนาคตของตนเอง ในเรื่องของฟุตบอลคงต้องตัดใจ และในที่สุดผมก็นึกถึงโมเดลลิ่งที่เคยให้นามบัตรไว้เมื่อ 2 ปีก่อน จึงค้นหาเบอร์โทรและติดต่อกลับไป หลังจากนั้นไม่นานผมก็ได้รับการติดต่อให้ไปถ่ายโฆษณาชิ้นแรกของโรลออนยี่ห้อหนึ่ง นับเป็นก้าวแรกของผู้ชายชื่อ “ศรราม เทพพิทักษ์” สู่ถนนบันเทิงในเวลาต่อมาโดยทั้งคุณพ่อและคุณแม่ก็ไม่เคยรู้มาก่อนเลย
 
ฮือฮา! พระเอกหน้าใหม่ ผลงานควบ 2 วิก 
         จากผลงานถ่ายโฆษณาทำให้ “หนุ่ม” โด่งดังในชั่วข้ามคืนหลังเริ่มมีคนรู้จักและอยากทราบว่าเป็นลูกเต้าเหล่าใคร โดยหนุ่มเล่าเรื่องราวชีวิตให้ฟังต่อว่า “หลังจากปิดภาคเรียนชั้นปีที่ 1 ก็มีเวลาว่างอีกครั้ง ภายหลังได้รับการติดต่อจากเลขาหน้าห้อง คุณสุรางค์ เปรมปรีดิ์ และ จาก อาโย ทัศวรรณ และ อาจิ๋ม มยุรฉัตร เหมือนประสิทธิเวช ให้ไปเล่นละครทั้งช่อง 3 และช่อง 7 ช่วงเวลาที่ไล่เลี่ยกันเมื่อปี 2535 โดยละครวิก 3 เรื่อง สี่แยกนี้อายุน้อย ประกบคู่กับนางเอก“เก๋ บุญพิทักษ์ จิตกระจ่าง” และละครทางช่อง 7 เรื่อง อรุณสวัสดิ์ คู่กับ ปู วิชชุดา สวนสุวรรณ” แม้ละครเรื่องสี่แยกอายุน้อยจะไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควรเหมือนเช่นละครอรุณสวัสดิ์แต่ก็ทำให้ได้แจ้งเกิดอย่างเต็มตัวกลายเป็นนักแสดงชายที่น่าจับตามองอีกทั้งประชาชนให้ความสนใจทั้งประเทศ” พระเอกหนุ่มเปิดใจพร้อมยิ้มอย่างมีความสุข
พลิกชีวิตในกองถ่ายมาจับไมค์ร้องเพลง
         “หนุ่ม-ศรราม” กลายเป็นนักแสดงชายดาวรุ่งพุ่งแรงที่สุดในปี พ.ศ.2535 ต่อมาไม่นานเขาก็โด่งดังเป็นพลุแตกอีกครั้งเมื่อรับบทบาท “เหินฟ้า” ในละครช่อง 7 เรื่อง “ผยอง” ประกบคู่นางเอกหน้าใส “กบ สุวนันท์ คงยิ่ง” ด้วยบทบาทการแสดงที่โดนใจแฟนละครอย่างท่วมท้นทำให้ทั้งสองคนกลายเป็นคู่ขวัญแห่งวงการบันเทิงที่มีงานละครแสดงด้วยกันอีกหลายเรื่อง อาทิ มะเมี๊ยะ สายโลหิต และดังเป็นพลุแตกในบทบาท “คุณภาคย์” ในละครเรื่อง “ดาวพระศุกร์” นั่นเอง และในปีเดียวกันเขาได้มีโอกาสออกอัลบั้มเพลงชุดแรกกับ บริษัท อาร์เอส โปรโมชั่น ชื่ออัลบั้ม “ลูกไม้ของนายหนุ่ม” สร้างปรากฏการณ์ในฐานะนักแสดงและนักร้องที่ได้รับการตอบรับจากแฟนเพลงมากมาย ซึ่งต่อมา “หนุ่ม” ก็ได้คลอดผลงานเพลงคุณภาพออกมาอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ อัลบั้มศรราม จุ๊บ จุ๊บ(2541) อัลบั้มจากใจถึงใจ(2543) และศรรามอกสามศอก(2547)
 
จากจอแก้ว...สู่จอเงิน
        ชื่อของ “หนุ่ม-ศรราม เทพพิทักษ์” ถือเป็นเครื่องหมายการันตีความเป็นนักแสดงคุณภาพคับแก้วอีกคนหนึ่ง ไม่เพียงแต่มีผลงานการถ่ายแบบโฆษณา งานแสดงละครหรือร้องเพลงเท่านั้น เขายังได้แสดงภาพยนตร์ไทยอีกหลายเรื่องนับตั้งแต่ “แดดร้อนลมแรง ความรักกำลังจะมา” ภาพยนตร์เรื่องแรกของหนุ่มที่แสดงคู่กับ แอน ทองประสม ไปจนถึงการพบกันอีกครั้งกับ กบ-สุวนันท์ กับผลงานสร้างชื่อในจอเงินใน “น้ำเต้าหู้กับครูระเบียบ” จากนั้น “หนุ่ม” ก็ยังได้พลิกบทบาทการแสดงจากพระเอกมาดใส โรแมนติก
มาสวมบทบู๊ล้างผลาญกับผลงานการแสดงภาพยนตร์ไทยล่าสุดคือ ปักษาวายุ (2547) และ หนุมานคลุกฝุ่น (2551)
 
ผันตัวเองจากนักแสดงมาเป็นผู้ผลิตรายการ 
        “หนุ่ม” ห่างหายจากหน้าจอทีวีไปได้สักระยะหนึ่งแล้ว และมีคำถามตามมาว่า “หายไปไหน” ซึ่งเขาบอกว่าไม่ได้หายไปไหน แต่ช่วงนี้เขาได้เปิดบริษัทส่วนตัว มีชื่อว่า “บริษัท ฤทธิราม จำกัด” ผลิตรายการโทรทัศน์มากว่า 2 ปี ซึ่งเป็นรายการที่ให้ประโยชน์ต่อสังคมประกอบด้วย รายการ “ปกฟ้าคู่แผ่นดิน” เป็นรายการเฉลิมพระเกียรติอันเชิญพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ที่บุคคลสำคัญได้น้อมนำเอาพระราชดำรัสของพระองค์ท่านมาปรับใช้ในการทำงานและการดำเนินชีวิต ที่มีแผนออกอากาศในปีหน้าทุกวันอาทิตย์หลังข่าวทางโมเดิร์นไนน์ทีวี ส่วนอีกรายการคือ “ปลากริมไข่เต่า”เป็นวาไรตี้ทอล์กโชว์ที่
เชิญแขกรับเชิญมาพูดคุยเป็นกันเองแบบฉบับเพื่อน ออกอากาศทุกวันเสาร์ เวลา 3 ทุ่ม ช่องทรูอินไซด์ 67 โดยหนุ่มเป็นพิธีกรดำเนินรายการคู่กับ “นุสบา ปุณณกันต์” 
         
ฝากผลงานให้ติดตาม
        ปัจจุบัน “หนุ่ม” ไม่ได้ทำสัญญากับช่องหนึ่งช่องใด หากจะรับงานก็ขึ้นอยู่กับบทที่อยากจะเล่น หรือเวลาที่ใช่เพราะตอนนี้ เขามีกิจกรรมช่วยเหลือสังคมร่วมกับแฟนคลับ และรับหน้าที่เป็นผู้ไกล่เกลี่ยประจำศาลจังหวัดสมุทรปราการอีก แต่ถึงยังไงพอมีเวลาว่างก็จะไปเล่นฟุตบอลอยู่ตลอด 
        ส่วนผลงานละครตอนนี้ มีคิวของวิก 3 ที่กำลังถ่ายทำเรื่อง “ศิราพัชร ดวงใจนักรบ” “หนุ่ม” ได้รับบท ”เจ้าชายวชิร์” ซึ่งเป็นนาวิกโยธินหนุ่มรูปงาม เรียกได้ว่าเป็นบทที่ถูกใจมาก เพราะเขาเคยรับบทบาทมาดเท่ห์ในเครื่องแบบทหารมาแล้ว 3 เหล่าทัพ เหลือก็แต่ “ทหารเรือ”นี่แหล่ะที่เพิ่งได้เล่นสมใจก็เรื่องนี้เอง และยังเป็นการกลับมาพบกันของเขา และ “ศรีริต้า เจนเซ่น”ซึ่งเคยรับบทเป็นนางเอกหน้าใสในมิวสิควีดีโอเพลง “ จุ๊บ จุ๊บ” เมื่อสิบกว่าปีก่อน และยังมี หยาดทิพย์ ราชปาล และชาย ชาตโยดม ร่วมแสดงอีกด้วย
    
ฝากไว้ให้สังคม
   ก่อนลาจากกันไปในฉบับนี้ “หนุ่ม” ขอกล่าวฝากถึงผู้อ่านว่า “ตลอดระยะเวลากว่า 20 ปี ที่ผมเดินอยู่บนเส้นทางบันเทิง วงการนักแสดงได้ให้ประสบการณ์มากมาย สอนให้เรามีความรับผิดชอบ และซื่อสัตย์ต่องานที่ทำ ที่สำคัญคือต้องเคารพผู้หลักผู้ใหญ่ มีสัมมาคารวะ ไม่เคยลืมตัว ทั้งนี้ผมต้องขอขอบคุณผู้ใหญ่ทุกท่าน ทีมงาน พี่น้องผองเพื่อนวงการนักแสดงทุกคนที่ทำให้ตัวผมและครอบครัวมีวันนี้ได้ โดยส่วนตัวผมก็เป็นเพียงนักแสดงคนหนึ่งแต่เมื่อมีโอกาสได้ทำรายการโทรทัศน์จึงอยากทำรายการที่มีคุณค่าและให้ประโยชน์กับสังคมเพื่อถวายความจงรักภักดีต่อในหลวงและเพื่อทดแทนคุณแผ่นดิน...สำหรับผู้อ่าน “นิตยสารชีวิตต้องสู้” และทุกท่านที่กำลังมีปัญหาชีวิตอยู่ตอนนี้ ผมขอฝากว่าให้ทุกคนจงสู้ต่อไปเถอะครับ เพราะคนเราเกิดมามีเพียงแค่ 1ชีวิต อายุขัยคนเรามันสั้นนะครับ และแต่ละช่วงเวลาชีวิตมันก็ล้วนแต่มีอุปสรรคที่ต้องพบเจอแตกต่างกันไป ผมขอให้ลองมองคนที่เขาลำบากกว่าเราที่ยังมีอีกมากในสังคมไทย ขอให้มีกำลังใจสู้ต่อไป ผมเชื่อว่าสักวันคุณจะพบกับทางรอดของชีวิต” พระเอกหนุ่ม กล่าวทิ้งท้าย
ประวัติส่วนตัว
ชื่อ-นามสกุล
ศรราม เทพพิทักษ์
ชื่อเล่น
หนุ่ม
วัน เดือน ปีเกิด
22 สิงหาคม 2516
การศึกษา
ประถม-มัธยม : โรงเรียนเซนต์คาเบรียล
ปริญญาตรี : นิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง
ผลงานชิ้นแรก
โฆษณาโรลออน
ผลงานสร้างชื่อ
อรุณสวัสดิ์ ผยอง,ดาวพระศุกร์ สายโลหิต ขอหมอนใบนั้นที่ฝันยามหนุน
รางวัลที่ได้รับ

ชมรมวิจารณ์บันเทิง สาขานักแสดงนำฝ่ายชายยอดเยี่ยม จากภาพยนตร์ แตก 4 รัก โลภ โกรธ เลว (พ.ศ.2541)

คติประจำใจ

กตัญญู คือ รู้คุณ กตเวที คือ การตอบแทน ถ้าเรายังตอบแทนผู้มีพระคุณไม่ได้ก็ขอให้ยึดความกตัญญูเป็นที่ตั้ง 

ดารานักร้องในดวงใจ
อำพล ลำพูน , นพพล โกมารชุน
งานอดิเรก
เล่นฟุตบอล
ชอบกีฬา
ฟุตบอล
 
นิตยสารชีวิตต้องสู้
สนับสนุน...คนสู้ชีวิต
ก้าวสู่ปีที่ 22
นิตยสารชีวิตต้องสู้
ฉบับที่ 674
ประจำเดือนสิงหาคม 2556
 
********************
 
 
 

 

 

 
Copyright © 2009-2012 All Right Reserved. นิตยสาร ชีวิตต้องสู้