นิตยสารชีวิตต้องสู้
"นิตยสารชีวิตต้องสู้" โดยบริษัท ไลฟ์ นิวส์ จำกัด จัดประกวด "Thai Super Junior Award 2013"
ขอเชิญร่วมให้กำลังใจผู้เข้าประกวดรอบชิงชนะเลิศ
ในวันเสาร์ที่ 21 ธันนวาคม พ.ศ.2556
ณ ห้องคอนเวนชั่น ฮอลล์ สถาบันจัยจุฬาภรณ์
ถนนกำแพงเพชร 6 แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร

ชีวิตใสวัยทีน 

สมัคร ยกเลิก
 
แดนพุทธาวาส โดย นายกัมพล กีรติพลกุล
       แดนพุทธาวาสฉบับนี้เราจะพาท่านไปไหว้พระทำบุญทำทานกันที่วัดกระทุ่มเสือปลา วัดนี้เป็นวัดเก่าแก่สร้างขึ้นเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2345 ปลายยุคกรุงศรีอยุธยา ชาวบ้านนิยมเรียกว่า วัดกระทุ่มเสือปลา เพราะแต่เดิมนั้นบริเวณที่ตั้งวัดมีต้นกระทุ่มและเสือปลาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเมื่อสร้างวัดขึ้นมาแล้วจึงได้เรียกขานกันอย่างนั้น ต่อมาได้มีการบูรณะวัด เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2467 โดยขุนประเวศชนารักษ์ และนางสั้น กิตติโกวิท ได้ทำการบูรณะปฎิสังขรณ์ อุโบสถ และบูรณะพัฒนาวัด อาคารเสนาสนะต่างๆ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

      ตามประวัติวัดกระทุ่มเสือปลา ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา หรือเขตที่พระมหากษัตริย์ประทานแก่สงฆ์  เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2519 ในด้านการศึกษา ทางวัดจัดให้มีโรงเรียนปริยัติธรรมเปิดสอนนักธรรม เริ่มมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2488 นอกจากนี้ยังได้ให้ทางราชการสร้างโรงเรียนระดับประถมศึกษาสังกัดกรุงเทพมหานครในที่ดินของวัด และเมื่อปี พ.ศ.2540 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเสด็จงานผูกพัทธสีมาฝังลูกนิมิตอุโบสถใหม่ ณ วัดกระทุ่มเสือปลาอีกด้วย 

      "วัดกระทุ่มเสือปลา" ซึ่งถือว่าเป็นวัดดังแถวย่านอ่อนนุช เพราะถูกบันทึกให้เป็น "อันซีนบางกอก" เนื่องจากที่นี่มีหลวงพ่อเพชร พระพุทธรูปประดับเพชรประดิษฐานอยู่ หลวงพ่อเพชรองค์นี้ได้จำลองแบบมาจากพระพุทธชินราช สมัยสุโขทัย จีวรประดับด้วยเพชรรัสเซียนับพันเม็ดดูงดงามมาก  และภายในวัดยังมีพิพิธภัณฑ์อีก 2แห่ง คือ พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้ง และพิพิธภัณฑ์พระพุทธรูป 80 ปาง เป็นแหล่งเรียนรู้ เกี่ยวกับพุทธศาสนา

     พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้ง ถือเป็นจุดเด่นของวัดที่เรียกให้นักท่องเที่ยวและผู้มีจิตศรัทธา มาเยี่ยมเยือนวัดแห่งนี้อยู่เสมอๆ ภายในพิพิธพัณฑ์มีรูปปั้นของพระเกจิอาจารย์ชื่อดังในประเทศไทยอยู่หลายรูปด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นหลวงปู่ทอง อายะนะ วัดลาดบัวขาว(ราชโยธา) กรุงเทพฯ, หลวงพ่อเผือก วัดกิ่งแก้ว สมุทรปราการ, หลวงพ่อโอภาสี อาศรมบางมด, หลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด วัดช้างไห้ ปัตตานี,สมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังษี วัดระฆัง กรุงเทพฯ, หลวงปู่เนียม วัดน้อย สุพรรณบุรี, หลวงพ่อปาน วัดบางนมโค อยุธยา,หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า ชัยนาท, หลวงพ่อสด วัดปากน้ำภาษีเจริญ กรุงเทพฯ, หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ วัดท่าซุง อุทัยธานี, และหลวงปู่คำพันธ์ วัดธาตุมหาชัย นครพนม หุ่นขี้ผึ้งเหล่านี้สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2541 โดยทางวัดและเหล่าลูกศิษย์สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงหลวงพ่อฤๅษีลิงดำ และเกจิอาจารย์ที่เป็นศิษย์พี่ศิษย์น้องและครูบาอาจารย์เกี่ยวข้องกัน เรียกว่ามาที่วัดนี้ที่เดียวแต่ได้กราบพระเกจิอาจารย์ชื่อดังเกือบจะทั่วประเทศไทย และที่สำคัญฝีมือการปั้นหุ่นขี้ผึ้งของวัดนี้มีความประณีตมาก สามารถปั้นได้เหมือนคนจริง ทั้งรอยย่นบนใบหน้า ทั้งรอยของเสื้อผ้า สีผิว แสดงให้เห็นถึงความละเอียดอ่อนและฝีมือในการจัดสร้าง

    สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งของวัดนี้คือ "พิพิธภัณฑ์พระพุทธรูป 80 ปาง" เมื่อก้าวเท้าเข้าไปภายในค่อนข้างมืด แต่ก็มีแสงสว่างส่องผ่านทางบานหน้าต่างเข้ามา เมื่อเข้ามาด้านในจะพบก็คือพระประธานองค์ใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางห้อง รายล้อมไปด้วยพระพุทธรูปองค์เล็กๆ อีก 80 องค์ ในอิริยาบถที่แตกต่างกัน ตั้งเรียงเป็นแถวยาวเต็มห้อง พระพุทธรูปองค์เล็กๆ จะอยู่ในลักษณะปางต่างๆ ไม่ซ้ำกัน ปางของพระพุทธเจ้านั้น มีอยู่มากมายหลายปาง โดยจะมีชื่อปางและคำอธิบายอยู่ที่ฐานของพระพุทธรูปแต่ละองค์ไว้ให้อ่านอย่างครบถ้วนทั้ง 80 ปาง
      ภายในพิพิธภัณฑ์ฯ จะเห็นพระพุทธรูปในปางที่คุ้นเคยต่างๆ อย่างเช่น ปางมารวิชัย ปางสมาธิ ปางลีลา ปางห้ามญาติ ฯลฯ แต่ก็มีอีกหลายต่อหลายปางที่ไม่เคยเห็นและไม่เคยได้ยินมาก่อน เช่น ปางพยาบาลภิกษุอาพาธ เป็นลักษณะที่พระพุทธเจ้ากำลังประคองภิกษุรูปหนึ่ง เนื่องจากภิกษุนั้นป่วยด้วยโรคท้องเสียอย่างรุนแรง และไม่มีผู้ดูแล พระองค์จึงทรงดูแลภิกษุรูปนั้นด้วยพระกรุณา อีกทั้งยังมีรับสั่งให้ภิกษุช่วยเหลือเกื้อกูลกันโดยเฉพาะในยามเจ็บไข้ หรือ จะเป็นปางประทับเหนือพนัสบดี ลักษณะเป็นรูปพระพุทธเจ้าประทับยืนอยู่บนสัตว์ตัวหนึ่ง ที่มาของ ปางนี้ก็มีอยู่ว่า พระองค์ได้ตรัสแก่พระอานนท์ว่า เมื่อพระพุทธเจ้าเกิดขึ้น ลัทธิต่างๆ ก็หมดความน่าเชื่อถือ และทรงเปล่งอุทานว่า "พอดวงอาทิตย์ขึ้น หิ่งห้อยก็อับแสง เมื่อมีผู้ตรัสรู้รู้จริงเกิดขึ้นพวกที่รู้แบบนึกคิดเอาเองก็หมดความน่าเชื่อถือ ความรู้ของพวกเขาไม่ทำให้จิตใจบริสุทธิ์ได้ และไม่พ้นจากทุกข์ไปเลย" โดยในที่นี้ลัทธิต่างๆ ก็เหมือนพนัสบดีสัตว์ประหลาดนั่นเอง หากอยากชมพระพุทธรูปปางต่างๆ เหล่านี้แบบเรียงตามลำดับเวลาก็ต้องเริ่มดูจากปางแรกคือปางอัญเชิญจุติ ที่อยู่ทางซ้ายมือใกล้กับประตูทางเข้า หากดูตามลำดับไปเรื่อยๆ ไปจนถึงปางสุดท้ายก็จะพบกับปางปรินิพพาน ที่อยู่ด้านในสุดของห้อง
 
     ภายในวัดนอกจากจะมีพิพิธภัณฑ์ทั้ง 2 แห่งแล้ว ก็ยังมีหลวงพ่อโสธรองค์จำลอง ไหว้พระศรีอาริยเมตไตรทรงชุดเทวดา สักการะเจดีย์แก้วบรรจุพระธาตุท่านปู่ชีวกโกมารภัตร ท่านเจ้าพ่อเสือ และท่านปู่ฤๅษี อีกทั้งยังมีรูปปั้นของกรมหลวงชุมพร เขตอุดมศักดิ์ หรือเสด็จเตี่ย ซึ่งเป็นที่เคารพนับถือของชาวเรือทั้งหลาย และมีองค์เทพเจ้าที่ชาวจีนนับถือให้ไหว้สักการะ อาทิ เทพเจ้าไท้ส่วยเอี้ย(เทพเจ้าผู้คุ้มครองดวงชะตา) ซึ่งเป็นความเชื่อและประเพณีปฏิบัติของชาวจีน โดยเฉพาะคนที่มีดวงชะตาตกต่ำหรือชง คุณประโยชน์สำหรับการไหว้องค์ไท้ส่วยนั้น จะทำให้ผู้ที่กราบไหว้ ทำอะไรราบรื่นไม่ติดขัด หากดวงดีอยู่แล้วก็จะส่งผลให้ดียิ่งขึ้น แต่ถ้าดวงตกก็จะไม่ย่ำแย่มาก และพระสังกัจจายน์ ซึ่งเป็นพระแห่งโชคลาภ
   
        หากต้องการจะทำบุญ ทางวัดก็มีหลากหลายวิธีด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นการบริจาคโลงศพ การตักบาตรพระร้อยรูป เติมน้ำมันตะเกียง ทำบุญหลังคา ทำสังฆทาน ฯลฯ หรือจะทำบุญกับสัตว์เป็นๆ ด้วยการให้อาหารปลาและเต่าที่อยู่บริเวณคลองหลังวัดก็ได้ และทุกวันศุกร์ก็จะมีการปฎิบัติธรรมนั่งสมาธิ ทุกวันอาทิตย์โรงทานจะเปิดให้รับประทานอาหารฟรีตั้งแต่เช้าจนอาหารหมด และทุกๆวันสำคัญทางศาสนาวัดกระทุ่มเสือปลาจะมีการจัดงานต่างๆอีกด้วย วัดกระทุ่มเสือปลานี้ เป็นอีกวัดหนึ่งในกรุงเทพฯ ที่ให้ทั้งความรู้ ความเพลิดเพลิน ความสงบ ถือเป็นแหล่งพักผ่อนทางกายและจิตใจอีกด้วย
  
    วัดกระทุ่มเสือปลา ตั้งอยู่เลขที่ 5 ซอยอ่อนนุช (สุขุมวิท 77) เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร ติดคลองประเวศบุรีรัมย์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย หากต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติม สามารถสอบถามรายละเอียดโทร. 084-427-3794พระครูปลัดสุรศักดิ์วิริยธโร(เจ้าอาวาส)
      
 
 
 
 
 
 
                                                            
 
 
 
 
 

นิตยสารชีวิตต้องสู้
สนับสนุน...คนสู้ชีวิต
ก้าวสู่ปีที่ 22
นิตยสารชีวิตต้องสู้
ฉบับที่ 666
ประจำเดือนธันวาคม 2556
********************